ความยั่งยืน

พันธสัญญาด้านสิ่งแวดล้อม ของโตโยต้า 2050

เนื่องด้วยสถานการณ์ทางสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงขึ้นในปัจจุบัน โตโยต้าได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการรักษาสิ่งแวดล้อม จึงได้ออกแผนระยะยาว ซึ่งเป็นพันธสัญญาที่เป็นความท้าทาย ด้านสิ่งแวดล้อม ที่จะต้องบรรลุผลสำเร็จให้ได้ในปี 2050 ซึ่งประกอบด้วยความท้าทาย 6 ประการ ที่ถือเป็นความท้าทายในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นศูนย์ และเพิ่มผลกระทบ เชิงบวกเพื่อมุ่งไปสู่การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน

สถานการณ์โลกร้อนในปัจจุบันทวีความรุนแรงมากขึ้นและส่งผลกระทบไปทั่วโลก ซึ่งหากไม่มีการดำเนินการเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในปี 2100 อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะมีแนวโน้มสูงขึ้น 3.7-4.8 องศาเซลเซียส ดังนั้นทั่วโลกจึงต้องช่วยกันในการรักษาอุณหภูมิของโลกไม่ให้เกิน 2 องศาเซลเซียส ซึ่งรถยนต์โตโยต้าในอนาคตจะต้องมุ่งสู่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์ โดยมีเป้าหมายการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ออกไซด์จากรถยนต์รุ่นใหม่ลดลงร้อยละ 90 (เที่ยบกับปี 2010) ภายในปี 2050 โดยโตโยต้าจะเร่งให้เกิดการพัฒนาทางเทคโนโลยีในรถยนต์สำหรับอนาคต และเพิ่มสัดส่วนการใช้รถยนต์เหล่านี้ เช่น รถไฮบริด (Hybrid) รถปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid) ซึ่งใช้พลังงานไฟฟ้าร่วมกับน้ำมัน ไปสู่รถยนต์เชื้อเพลิง (Fuel Cell Vehicle) และรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle) ในอนาคต โดยที่โตโยต้ากำลังพัฒนาแผนกลยุทธ์สำหรับอนาคตร่วมกับกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ ซึ่งไม่เพียงแต่ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ถูกปล่อยออกมาในระหว่างการขับขี่และการผลิตเท่านั้น หากแต่ยังรวมไปถึงการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในทุกขั้นตอน ทั้งการผลิตวัตถุดิบ การขนส่ง การกำจัด และรีไซเคิล รวมถึงกระบวนการอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรถยนต์ ดังนั้นโตโยต้าจึงส่งเสริมการออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมโดยการเลือกใช้วัตถุดิบในการผลิตที่สามารถรีไซเคิลและย่อยสลายได้ตามธรรมชาติ อีกทั้งจะพัฒนาและขยายการใช้วัตถุดิบที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำระหว่างกระบวนการผลิต รวมถึงการลดปริมาณของวัตถุดิบและจำนวนของชิ้นส่วนที่ใช้ในการผลิต เพื่อมุ่งไปสู่มาตรฐานการเป็นรถยนต์ที่ดีกว่า (Always Better Cars)

อ่านเพิ่มเติม

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ไม่ได้ถูกปล่อยออกมาในระหว่างการขับขี่เท่านั้น แต่ยังถูกปล่อยในกระบวนการผลิตรถยนต์ด้วย ดังนั้นโตโยต้าจึงมีความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงงานในทุกกระบวนการผลิตต้องเป็นศูนย์ โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาช่วยในการลดขั้นตอนการผลิต เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากนั้นจะพัฒนาให้มีการนำพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานไฮโดรเจน มาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อมุ่งสู่การเป็นโรงงานที่ไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่สิ่งแวดล้อม

อ่านเพิ่มเติม

สืบเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลกและการเพิ่มขึ้นของประชากรโลกที่จะมาถึง 9.1 พันล้านคนในปี 2050 ส่งผลให้ความต้องการน้ำจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 55 และจำนวนประชากรที่เผชิญกับปัญหาขาดแคลนน้ำจะมากถึงร้อยละ 40 ซึ่งประเด็นนี้ถือเป็นปัญหาสำคัญหนึ่งของโลก ทั้งนี้ในอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์จำเป็นต้องใช้น้ำในหลายกระบวนการผลิต ดังนั้นโตโยต้าจึงมุ่งลดปริมาณการใช้น้ำ โดยมีการกักเก็บน้ำฝนเพื่อนำมาใช้ในกระบวนการผลิต รวมถึงการบำบัดน้ำให้สะอาดและนำกลับมาหมุนเวียนใช้ในโรงงาน

อ่านเพิ่มเติม

เนื่องด้วยการเพิ่มขึ้นของประชากรโลกและการขยายตัวของเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการบริโภคมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งส่งผลให้ทรัพยกรธรรมชาติถูกใช้ไปมากขึ้น จนอาจถึงขั้นขาดแคลนในอนาคต รวมถึงการกำจัดของเสียไม่ทันกับการบริโภคอย่างมหาศาล ซึ่งก่อให้เกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นโตโยต้าจึงมุ่งพัฒนาให้เกิดสังคมที่เน้นการรีไซเคิล โดยมีหัวใจสำคัญ 4 ประการ ดังนี้

(1) การใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
(2) การยืดอายุการใช้งานของอะไหล่
(3) การพัฒนาเทคโลยีใหม่ๆ สำหรับการรีไซเคิล
(4) การนำชิ้นส่วนของรถยนต์ที่หมดอายุการใช้งานมาผ่านกระบวนการรีไซเคิลเพื่อให้ได้เป็นวัตถุดิบของการผลิตรถยนต์ใหม่ให้ได้มากที่สุด โตโยต้าได้ดำเนินการในด้านการนำวัตถุดิบกลับมาใช้ใหม่มาเป็นเวลา 40 ปี และยังเป็นผู้นำในการพัฒนาเทคโนโลยีชั้นนำของโลก อีกทั้งโตโยต้ามีความมุ่งมั่นในการเผยแพร่เทคโนโลยีที่คิดค้นในญี่ปุ่นสู่ระดับโลกในอนาคต

อ่านเพิ่มเติม

ในปัจจุบันการตัดไม้ทำลายป่ากำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลก โดยป่าไม้ที่ถูกทำลายไปใน 1ปีนั้นเทียบเท่ากับร้อยละ 14 ของแผ่นดินญี่ปุ่นที่จะหายไป ดังนั้นโตโยต้าจึงต้องการสร้างสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อให้มนุษย์สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน โดยจะส่งเสริมผ่านทาง 3 กิจกรรมทั้งในระดับองค์กร ระดับภูมิภาค และระดับโลก ดังนี้

(1) โครงการ Toyota Green wave ซึ่งมุ่งไปที่การปลูกป่าและอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเชื่อมโยงกับกิจกรรมภายในประเทศ และระดับภูมิภาค
(2)โครงการ Toyota Today fo r Tomorrow การทำกิจกรรมสิ่งแวดล้อมต่างๆเพิ่มมากขึ้น และมีการร่วมมือกับองค์กรพัฒนาเอกชน หรือ NGO เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงในทุกภาคส่วน ทั่วทุกภูมิภาคและขยายไปทั่วโลก
(3) โครงการ Toyota ESD (Education for Sustainable Development) ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

อ่านเพิ่มเติม